รู้จักกับกิจกรรมบำบัดและนักกิจกรรมบำบัด

รู้จักกับกิจกรรมบำบัดและนักกิจกรรมบำบัด

กิจกรรมบำบัด (Occupational Therapy) หมายถึง การประยุกต์กิจวัตรหรือกิจกรรมมาใช้ในการตรวจประเมิน วินิจฉัย ส่งเสริม บำบัดรักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพ ให้สามารถกลับไปดำรงชีวิตในสังคมได้ ช่วยเสริมสร้างสมาธิ ทักษะการคิด พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก และการทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อ ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ

นักกิจกรรมบำบัด (Occupational Therapist) จะเป็นผู้ที่ประยุกต์ใช้กิจกรรมต่าง ๆ มาช่วยในการบำบัดเด็ก ตามสภาพปัญหาของแต่ละคน โดยขอบเขตงานของนักกิจกรรมบำบัด จะครอบคลุมถึง

    1. การสอนและฝึกให้เด็กสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเองในด้านต่าง ๆ เช่น การทานอาหาร การใส่เสื้อผ้า เป็นต้น
    2. กิจกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถในการควบคุมตนเองในเด็กที่มีพฤติกรรมไม่อยู่นิ่ง ก้าวร้าว ไม่สบตา
    3. กิจกรรมกระตุ้นการดูด การเคี้ยว และการกลืน
    4. กิจกรรมเตรียมความพร้อมของทักษะต่าง ๆ ที่เป็นพื้นฐานทางการศึกษา เช่น ฝึกทักษะการเขียน ฝึกทักษะการอ่าน เป็นต้น เพื่อส่งเสริมการรับรู้และเรียนรู้
    5. กิจกรรมฝึกทักษะการเคลื่อนไหว กระตุ้นการชันคอ การคลาน การเดิน
    6. กิจกรรมเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในผู้ที่มีกล้ามเนื้ออ่อนแรง
    7. กิจกรรมเพื่อส่งเสริมการใช้มือในการหยิบจับ หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน
    8. กิจกรรมการฝึกทักษะในการสื่อความหมาย
    9. กิจกรรมการฝึกทักษะทางสังคม
    10. กระตุ้นให้สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมหรือสังคมเพื่อการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข โดยไม่เป็นภาระแก่ครอบครัวหรือผู้อื่น
    11. ประดิษฐ์ ดัดแปลงอุปกรณ์หรือเครื่องช่วย เพื่อให้เด็กสามารถช่วยเหลือตัวเองในการแต่งกาย การทำความสะอาดร่างกาย การรับประทานอาหาร เป็นต้น
    12. ให้คำปรึกษากิจกรรมการเล่นที่ส่งเสริมพัฒนาการ การเรียนรู้ในโรงเรียน

ดร. แอนนา จีน แอร์ (Anna Jean Ayres) นักกิจกรรมบำบัดและนักจิตวิทยาการศึกษาชาวอเมริกัน ผู้พัฒนาทฤษฎีการบูรณาการประสาทรับความรู้สึก (Sensory Integrative Theory) ในปี พ.ศ. 2503 อธิบายว่า ระบบประสาทมีหน้าที่ในการรับความรู้สึกจากภายในร่างกาย และจากสิ่งแวดล้อม นำความรู้สึกส่งไปที่สมอง เมื่อสมองมีการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้มีการตอบสนองออกมาเป็นพฤติกรรมที่เหมาะสมภายใต้บริบทนั้น และเป็นไปโดยอัตโนมัติ ในทางตรงกันข้าม เมื่อความสามารถของตัวรับความรู้สึกผิดปกติ ไม่สามารถจัดระเบียบของสิ่งเร้าได้ ซึ่งอาจมากเกินไปหรือน้อยเกินไป ทำให้ไม่สามารถตอบสนองออกมาเป็นพฤติกรรมที่เหมาะสม

ระบบรับความรู้สึกพื้นฐาน 3 ระบบ ที่ทำหน้านี้เกี่ยวกับการรับรู้ตำแหน่งของร่างกาย การทำงานสหสัมพันธ์ของร่างกาย 2 ซีก การรับรู้แนวกึ่งกลางลำตัว การวางแผนการเคลื่อนไหว ความมั่นคงทางอารมณ์ การเรียนรู้ คือ ระบบการรับสัมผัส (Tactile Sense) ระบบการทรงตัว (Vestibular Sense) และระบบการรับความรู้สึกจากกล้ามเนื้อ เอ็น และข้อต่อ (Proprioceptive Sense)

นักกิจกรรมบำบัด มีการนำทฤษฎีการบูรณาการประสาทรับความรู้สึก (Sensory Integrative Theory) มาประยุกต์ใช้เพื่อกระตุ้นระบบการรับความรู้สึกของเด็กให้มีการพัฒนาที่ดีขึ้น

Powered by MakeWebEasy.com